การจัดส่งสมณทูตไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในนานาประเทศ

ภายหลังจากการทรงอุปถัมภ์ให้พระภิกษุสงฆ์ซึ่งมีพระโมคคลีบุตรติสสเถระเป็นประธาน
ได้ดำเนินการทำสังคายนารวบรวมหลักพระธรรมวินัยให้เป็นหลักฐานอ้างอิงอันบริสุทธิ์ ซึ่งนับเป็น
การสังคายนาครั้งที่ ๓ ในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนแล้ว พระเจ้าอโศกมหาราชโดยการถวาย
พระพรเสนอแนะของพระโมคคลีบุตรติสสเถระะ ซึ่งทราบโดยอนาคตังสญาณว่า ต่อไปในภาย
ภาคหน้า พระพุทธศาสนาจะหารุ่งเรืองในชมพูทวีปไม่ แต่จักกลับไปรุ่งเรืองตั้งมั่นในประเทศ
แว่นแคว้นอื่นๆ ประกอบกับพระองค์ก็ทรงพิจารณาด้วยพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลว่า “ใน
อนาคตกาลต่อไป พระพุทธศาสนาอาจจะไม่มั่นคงอยู่ในชมพูทวีป เห็นทีว่าเราจะต้องส่ง
พระภิกษุผู้มีความสามารถเป็นสมณทูตนำพระพุทธศาสนาไปเผยแผ่ยังดินแดนนอกชมพูทวีป”
ดังนี้แล้ว จึงทรงอาราธนาให้พระโมคคลีบุตรติสสเถระได้จัดส่งคณะสมณทูตไปประกาศเผยแผ่
พระพุทธศาสนาในแคว้นและประเทศต่างๆ รวมทั้งสิ้น ๙ คณะ หรือ ๙ สายด้วยกัน ดังนี้
จัดส่งสมณทูตสายที่ ๑ เดินทางไปเผยแผ่พระพุทธศาสนา ณ แคว้นกัสมีระ (แคชเมียร์)
และแคว้นคันธาระ ปัจจุบันได้แก่ดินแดนแถบตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย ตลอดจนเข้าไปถึง
บางส่วนของอาฟกานิสถาน โดยมีพระมัชฌันติกเถระ เป็นหัวหน้าคณะ (ระบุนามเฉพาะพระ
เถระที่เป็นหัวหน้าคณะ โดยแต่ละคณะ เข้าใจว่าต้องมีพระภิกษุเถระร่วมเดินทางไปอย่างน้อย
๕ รูปขึ้นไป เพื่อสามารถให้การอุปสมบทกุลบุตรในถิ่นนั้นๆ ได้ถูกต้องตามพระวินัยบัญญัติ Read the rest of this entry »

No Comments

องค์ความรู้จากศิลาจารึกของพระเจ้าอโศกมหาราช

พระเจ้าอโศกมหาราชทรงโปรดให้สร้างศิลาจารึก เมื่อปีพุทธศักราช ๒๓๑ เป็นปีที่ ๑๓

ในรัชกาล (นับจากที่ทรงครองราชย์เมื่อปี พ.ศ. ๒๑๘) โดยศิลาจารึกของพระเจ้าอโศกมหาราชนั้น

ได้แสดงให้เห็นถึงความมีพระราชศรัทธาเลื่อมใสอย่างยิ่งในพระพุทธศาสนาของพระองค์
ตลอดจนแสดงให้เห็นถึงความพยายามของพระองค์ในการที่จะทำให้เกิดความสามัคคีกลมเกลียว
และการเป็นอยู่ที่ดีมีคุณภาพ คุณธรรม และความรู้ที่ถูกต้องแห่งพสกนิกรของพระองค์ ซึ่ง
จำนวนศิลาจารึกของพระเจ้าอโศกมหาราชที่ค้นพบได้แล้ว จนถึงปัจจุบัน มีประมาณ ๓๔ หลัก
ในศิลาจารึกของพระองค์แม้จะไม่ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ต่างๆ แต่ก็ได้จารึกเป็นประกาศไว้ให้พวก
เราได้รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับเกร็ดพระราชประวัติของพระองค์ที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ
อุปถัมภ์พระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง เช่น
ศิลาจารึกเสาที่ ๑
ในศิลาจารึกเสาที่ ๑ พระเจ้าอโศกได้ประกาศว่า พระองค์ได้เป็นอุบาสกมากว่า ๒ ปีครึ่ง
ต่อมาพระองค์ได้เข้าถึงพระพุทธศาสนาด้วยการทรงผนวช และต่อมาได้เริ่มปฏิบัติภารกิจอันเป็น Read the rest of this entry »

No Comments

พระสถูปเจดีย์ : พุทธศิลปะยุคพระเจ้าอโศก

ดังเป็นที่ทราบกันว่า พระเจ้าอโศกมหาราชทรงโปรดให้สร้างพระสถูปเจดีย์ ๘๔,๐๐๐
องค์ เท่ากับจำนวนพระธรรมขันธ์ แล้วทรงโปรดให้ประดิษฐานในสถานที่ต่างๆ ที่พระพุทธองค์
ได้เคยเสด็จประทับทั่วพระราชอาณาเขตแห่งชมพูทวีป พร้อมกันนี้ พระองค์ยังได้ทรงโปรดให้แบ่ง
พระบรมสารีริกธาตุจากสถูปของพระเจ้าอชาตศัตรู ที่อยู่ทางด้านทิศตะวันออกของวัดเวฬุวัน
แล้วโปรดให้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ แบ่งไปบรรจุไว้ในพระสถูปเจดีย์ทั้ง ๘๔,๐๐๐ องค์ด้วย
พระสถูปเจดีย์ของพระเจ้าอโศกมีปรากฏตั้งแต่เมืองตักกสิลา เหนือสุดของอินเดียลงไป
จนถึงแคว้นมลกูฏ ใต้สุดของอินเดีย ลักษณะของสถูปนั้นมักสร้างด้วยอิฐและศิลา เป็นรูปทรง
บาตรคว่ำ ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยม คล้ายกับจะให้เป็นบัลลังก์ แล้วสร้างเป็นฉัตรปักไว้บนบัลลังก์
นั้นอีกต่อหนึ่ง รอบๆ พระสถูป มักทำเป็นรั้วล้อมรอบบริเวณไว้ เรียกกันว่า รั้วพระเจ้าอโศก
มีลักษณะรูปทรงเป็นไม้ไผ่สานขัดแตะ แต่มักนิยมทำด้วยอิฐและศิลา ที่รั้วหรือซุ้มประตูนั้น Read the rest of this entry »

No Comments

บั้นปลายพระชนม์ชีพ

พระเจ้าธรรมาโศกราชทรงเสวยสิริราชสมบัติในพระนครปาฏลีบุตร แคว้นมคธ รวม
ระยะเวลากว่า ๔๒ ปี จึงเสด็จสวรรคต (โดยนับที่ทรงครองราชย์ พ.ศ. ๒๑๘ และเสด็จสวรรคต
พ.ศ. ๒๖๐ ในคัมภีร์สันสกฤตว่า ทรงครองราชย์ พ.ศ. ๒๗๐ – พ.ศ. ๓๑๑ รวมระยะครองราชย์
๔๑ ปี) เมื่อสิ้นรัชสมัยของพระเจ้าอโศกแล้ว ราชวงศ์โมริยะก็ค่อยเสื่อมสูญไปในที่สุด
พระราชประวัติในบั้นปลายแห่งพระชนม์ชีพของพระเจ้าอโศกไม่ปรากฏในคัมภีร์บาลี
แต่ในคัมภีร์สันสกฤต “อโศกาวทาน” ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติบั้นปลายแห่งพระชนม์ชีพของ
พระเจ้าอโศกไว้โดยพิสดาร ในที่นี้ขอนำเอาข้อความสำนวนภาษาบางตอนทื่ ศาสตราจารย์
(พิเศษ) เสฐียรพงษ์ วรรณปก เล่าไว้ในคอลัมน์ “ธรรมะใต้ธรรมาสน์” มานำเสนอเป็นการสรุป
จบพระราชประวัติของพระเจ้าอโศกมหาราช ดังต่อไปนี้
“พระเจ้าอโศกมีพระมเหสีหลายองค์ เท่าที่ปรากฏชื่อก็มีอสันธิมิตตา มหาเทวี ปัทมาวตี Read the rest of this entry »

No Comments